เคยเป็นกันไหม ในช่วงอากาศร้อน ๆ ร่างกายต้องการความเย็นมาช่วยคลายร้อนจึงเปิดแอร์ที่บ้าน แต่ปัญหาคือแอร์ไม่เย็นซะงั้น จนทำให้ผู้ใช้งานทั้งร้อนและอารมณ์ร้อนตามไปด้วย ซึ่งแอร์ที่ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนั่นก็เป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามอยู่เหมือนกัน
ในกรณีปกติ แอร์ไม่เย็นนั้นมีสาเหตุหลัก ๆ อยู่ไม่กี่ข้อ ซึ่งเรามีวิธีช่วยให้แอร์กลับมาเย็นตามปกติได้ด้วยตนเองง่าย ๆ ซึ่งบทความนี้มีคำตอบครับ
สาเหตุที่แอร์ไม่เย็น เกิดจากอะไร
เหตุผลแอร์ไม่เย็น อาจเป็นเกิดจากสาเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามองข้ามหรือละเลยการใช้งานเครื่องปรับอากาศไปบ้าง และ 7 เหตุผลนี้เป็นสาเหตุหลัก ๆ ยอดนิยมที่คนใช้เครื่องปรับอากาศแล้วไม่เย็นเป็นกัน
1.ขนาดของ BTU เครื่องปรับอากาศไม่สอดคล้องกับห้อง
ขนาด BTU ของเครื่องปรับอากาศนั้นจะทำงานสอดคล้องกับขนาดห้อง ในหลักการเลือกพิจารณาขนาดเป็นการประมาณขนาดของห้องแล้วทำมาประเมินความเหมาะสมกับขนาด BTU ของเครื่องปรับอากาศ
แต่บางคนที่ซื้อขนาด BTU เพียงเพราะหลายคนบอกมาหรือขนาดยอดนิยมแต่ขาดการคำนวณขนาดห้อง ซึ่งเหตุผลที่แอร์ไม่เย็นเพราะขนาดห้องใหญ่กว่าขนาด BTU ที่ทำงานได้ จึงทำให้แอร์ไม่เย็นเท่าที่ควรนั่นเอง
วิธีเลือกแอร์ ให้ขนาด BTU ตรงกับขนาดห้อง
2. ตั้งค่าไม่ตรงกับการใช้งาน
สาเหตุหลัก ๆ ที่เกิดจากการตั้งค่าไม่ตรงกับการใช้งานคือ รีโมทคอนโทรตั้งค่าผิดพลาด อาจเกิดจากสาเหตุที่เราปรับหรือควบคุมผิดโหมดการทำงานจากแอร์ความเย็นเป็นโหมดพัดลม หรืออาจเกิดจากมีสิ่งของไปกดรีโมทเปลี่ยนองศาหรือโหมดการทำงานอื่นนั่นเอง
3. ไส้กรองของแอร์สกปรก ไม่สะอาดเพราะไม่ได้ล้างนาน
กดสะสมของไส้กรองเป็นเวลานาน นับว่าเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ที่แถบทุกบ้านต้องเจอ เมื่อสิ่งสกปรกสะสมเป็นเวลามากกว่า 6 เดือนขึ้นไปและสิ่งสกปรกเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ไปอุดตันคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ จึงทำให้แอร์ไม่เย็นนั่นเอง
อีกทั้งยังทำให้เปลืองพลังงานไฟฟ้ามากกว่าเดิม และเกิดการสะสมของเชื้อโรค สิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเกิดหายใจอีกด้วย
4. ปิดประตูไม่สนิท
แอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ปิดจึงจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถ้าหากมีช่องอากาศที่ทำให้ความเย็นออกข้างนอก ความเย็นภายในห้องจะกระจายออกข้างนอก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ถ้าหากปิดประตูหรือหน้าต่างไม่สนิทเครื่องปรับอากาศจะไม่เย็นอย่างที่ควรนั่นเอง
5. น้ำยาแอร์หมด เสื่อมสภาพ หรือน้ำยารั่ว
น้ำยาแอร์หมด เป็นอีกหนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลให้แอร์ไม่เย็น เนื่องจากไม่สามารถปรับระบบให้ทำงานตามที่ตั้งไว้ได้นั่นเอง หรือบางทีในแอร์เก่า ๆ ที่เจอน้ำยาแอร์หมดสภาพจะส่งผลให้เครื่องปรับอากาศไม่เย็นเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีน้ำยาแอร์รั่ว เป็นสาเหตุที่ทำให้ความเย็นไม่คงหรือไม่ทำให้ห้องเย็น ที่ทำให้ระบบปรับการทำงานไม่ได้ตามที่ตั้งไว้ ซึ่งหากเกิดปัญหานี้ต้องให้ช่างแอร์มาช่วยซ่อมนั่นเอง
6. คอมเพรสเซอร์ทำงานผิดปกติ
คอมเพรสเซอร์ถือว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญ ที่ทำให้เครื่องปรับอากาศเย็น อีกทั้งยังส่งผลในเรื่องความเงียบของเครื่องหรือการใช้พลังงาน ล้วนมาจากคอมเพรสเซอร์ทั้งสิน
ในเมื่อคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำงานเสียหรือไม่ต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ
แอร์เย็นฉ่ำ ทนทานที่แนะนำ
วิธีแก้ไข้เบื้องต้นให้แอร์กลับมาเย็นตามปกติได้ด้วยตนเองง่าย ๆ
1.เมื่อขนาดของ BTU เครื่องปรับอากาศไม่สอดคล้องกับห้อง
วิธีแก้ : เมื่อห้องมีขนาดใหญ่กว่าที่ขนาด BTU ส่งผลให้ไม่เย็นเท่าที่ควร หลักการคือเอาความเย็นมาเพิ่ม โดยให้พัดลมมาเปิดช่วย จะช่วยให้กระจายลมเย็นได้ทั่วห้องมาขึ้น และจะมีความเย็นมากขึ้น วิธีนี้เป็นการแก้ไขเบื้องต้นที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าอุปกรณ์เพิ่มขึ้น
2.เมื่อตั้งค่าไม่ตรงกับการใช้งาน
วิธีแก้ไข : เมื่อเครื่องปรับอากาศไม่เย็นเท่านี้ควร เราควรดูโหมดการทำงานให้เป็นนิสัยว่าเครื่องทำงานตามโหมดการใช้งานที่เราต้องการหรือไม่ โดยโหมดการทำงานมีดังนี้
- โหมดทำงานอัตโนมัติ : เครื่องปรับอากาศจะทำงานอัตโนมัติ บางรุ่นใช้เซนเซอร์ตรวจจับหรือ AI คำนวณและปรับการทำงานแบบอัตโนมัติ มีข้อดีคือสะดวกแต่ข้อเสียอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการ
- โหมดความเย็น : โหมดนี่จะทำอุณหภูมิประมาณ 18-25 องศาเซลเซียสขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศนั้น ๆ ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบความเย็น
- โหมดลม : โหมดนี้จะทำงานโดยกระจายลม ซึ่งควบคุมความชื้นภายในห้องได้ดี จะตอบโจทย์สำหรับฤดูหนาวนั่นเอง
3.วิธีล้างไส้กรองทำองได้ง่าย ๆ
- ปิดแอร์ : รอให้แน่ใจว่าเครื่องหยุดทำงานสนิท เพื่อให้เครื่องไม่มีกระแสไฟเดินเข้าเครื่อง ทำให้ปลอดภัยต่อการถอดแผ่นฟิลเตอร์มาล้าง
- ถอดแผ่นฟิลเตอร์ : การถอดฟิลเตอร์ควรระมัดระวัง ซึ่งวิธีการถอดแผ่นกรองง่าย ๆ สามารถดูได้ใน YouTube ได้ ซึ่งสามารถทำตามได้เลย
- ล้างน้ำเปล่าและตากแดดให้แห้ง : เมื่อเราถอดไส้กรองอากาศมาแล้ว ให้นำไปล้างน้ำโดยการฉีกน้ำไปทำความสะอาด จากนั้นใช้แปลงนุ่ม ๆ ขัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามไส้กรองออกให้หมด จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งสนิท
- นำไปประกอบ : เมื่อไส้กรองแห้งสนิทแล้ว นำมาประกอบกับเครื่องให้เป็นปกติ จากนั่นเช็คให้แน่ใจได้ประกอบเสร็จสิ้น จากนั้นลองเปิดแอร์เพื่อตรวจสอบว่าแอร์ได้กลับมาทำงานตามปกติ
4.น้ำยาแอร์รั่วหรือคอมเพรสเซอร์ทำงานผิดปกติ
ขั้นตอนทั้งหมดที่ 3 ขั้นตอนที่ทำมา หากแอร์ยังไม่เย็นอีก อาจจะเกิดเพราะปัญหาเหล่านี้ เพื่อความชัวร์และปลอดภัย แนะนำใช้ช่างมาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งผมจะบอกในหัวข้อถัดไป
ค่าใช้จ่ายในการซ่อม
ก่อนจะไปเรื่องค่าใช้จ่ายของช่างข้างนอก ก่อนอื่นผมแนะนำให้คุณเช็คดูประกันของเครื่องก่อน ว่าระยะเวลายังอยู่ในประกันหรือใหม่ ซึ่งถ้าหากอยู่ให้ติดต่อช่างประจำร้านมาให้บริการเพื่อลดค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
แต่ถ้าหากหมดอายุประกันแล้ว การเรียกช่างมาซ่อมอยู่ในงบประมาณ 200-2000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุ และราคาไม่เกิน 2000 บาทคือการเปลี่ยนน้ำยาแอร์ใหม่ซึ่งมีค่าวัสดุอุปกรณ์ด้วยนั่นเอง
วิธีดูแลและป้องกันให้แอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพและใช้งานได้ระยะยาว
1.การล้างทำความสะอาดไส้กรอง เป็นการทำความสะอาดเพื่อให้เครื่องทำงานอย่างปกติและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ซึ่งการล้างทำความสะอาดควรมีทุก ๆ 6-12 เดือน
2.การเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการใช้งาน เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าห้องถูกปิดสนิท ไม่มีช่องลมเพื่อป้องกันไม่ให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป ที่จะส่งผลให้เครื่องปรับอากาศเสื่อมสภาพเร็วมากขึ้นนั่นเอง
3.การตรวจสอบเครื่องที่ทำงานปกติ ซึ่งเครื่องปรับอากาศสมัยนี้มีฟังก์ชันตรวจสอบความผิดปกติอยู่และส่งสัญญาณให้เรารู้ทันที เมื่อเราเห็นสัญญาณ แนะนำควรให้ช่างตรวจสอบเมื่อไม่ให้เครื่องอาการแย่ไม่กว่าเดิมนั่นเอง
4.การใช้งานอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานและง่ายมาก แต่ผู้ใช้งานหลายคนขี้เกียจและปิดเปิดเครื่องอย่างผิดวิธี ส่งผลให้เครื่องทำงานผิดปกติและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นนั่นเอง
หากใครที่กำลังมองหาเครื่องปรับอากาศใหม่ ๆ เราขอนำเสนอ 9 แอร์อินเวอร์เตอร์สุดคุ้มที่ KT ONLINE แนะนำ
สรุป
แอร์ไม่เย็นถือว่าเป็นสัญญาณว่าเครื่องปรับอากาศของเรามีปัญหา ควรไม่รับการแก้ไขโดยด่วนซึ่งไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจจะมาจากสาเหตุที่ไม่หนักมากแต่หากปล่อยไว้เรื่อย ๆ จะส่งผลให้ต้องใช้ช่างมาซ่อม
ซึ่งเป็นผลทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น และลดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศลง สุดท้ายนี้เมื่อแอร์เกิดปัญหาและแก้ไขได้แล้ว ควรดูแลและป้องกันเพื่อยืดระยะการใช้งานให้นานขึ้นด้วยนะครับ

